<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2019 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2019 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนช.ลงมติผ่านฉลุยกฎหมายไซเบอร์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.พ.62 - ที่รัฐสภา&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ&amp;nbsp;(สนช.)&amp;nbsp;ที่มีนายสุรชัย&amp;nbsp;เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ทำหน้าที่ประธานการประชุม&amp;nbsp;มีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;....&amp;nbsp;ตามที่คณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;(กมธ.)&amp;nbsp;วิสามัญฯที่มีนางเสาวณี&amp;nbsp;สุวรรณชีพ&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;เสนอ&amp;nbsp;ด้วยคะแนน133&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;งดออกเสียง&amp;nbsp;16 เสียง เพื่อประกาศใช้เป็นกฏหมายต่อไป&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำหรับบรรยาศในที่ประชุมนั้น&amp;nbsp;ไม่มีกมธ.หรือสมาชิกสนช.ติดใจสงวนคำแปรญัตติ&amp;nbsp;ขณะที่การอภิปรายของสมาชิกเป็นเพียงการตั้งคำถามเพื่อให้อธิบายในรายละเอียด&amp;nbsp;โดยไม่มีข้อเสนอให้แก้ไขหรือปรับปรุงตามบทบัญญัติที่กมธ.เสนอแต่อย่างใด&amp;nbsp;โดยการอภิปราย&amp;nbsp;และลงมติเป็นรายมาตราทั้งร่างจำนวน&amp;nbsp;81&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;ใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;20&amp;nbsp;นาทีเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาระสำคัญร่างพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การกำหนดให้มีคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ&amp;nbsp;(กมช.)&amp;nbsp;ที่มีนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เป็นประธานมีหน้าที่กำหนดนโยบายให้หน่วยงานของรัฐ&amp;nbsp;และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ&amp;nbsp;รวมถึงนโยบายการบริหารจัดการที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์&amp;nbsp;และยังให้คณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์(กกม.)&amp;nbsp;ที่มีรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;เป็นประธานกรรมการ&amp;nbsp;สามารถออกคำสั่งให้สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ดำเนินการได้หลายประการตาม&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;60กำหนด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;รวบรวมข้อมูลหรือพยานเอกสาร&amp;nbsp;พยานบุคคล&amp;nbsp;พยานวัตถุที่เกี่ยวข้องเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และประเมินผลกระทบจากภัยคุมคามทางไซเบอร์&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ในกรณีที่ปรากฎแก่กกม.ว่าเกิดหรือคาดว่าจะเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับร้ายแรงด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;61&amp;nbsp;ยังให้อำนาจเลขาธิการคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ&amp;nbsp;สั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในอสังหาริมทรัพย์&amp;nbsp;หรือสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องหรือคาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ของบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;โดยได้รับความยินยอมจากผู้ครอบครองสถานที่นั้นด้วย&amp;nbsp;สำหรับในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนและเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับวิกฤติ&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;67&amp;nbsp;ให้คณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ&amp;nbsp;มอบหมายให้เลขาธิการมีอำนาจดำเนินการได้ทันทีเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันและเยียวยาความเสียหายก่อนล้วงหน้าได้โดยไม่ต้องยื่นคำร้องต่อศาลแต่หลังจากการดำเนินการดังกล่าวให้แจ้งรายละเอียดการดำเนินการดังกล่าวต่อศาลที่มีเขตอำนาจทราบโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ&amp;nbsp;ในกรณีร้ายแรงหรือวิกฤติเพื่อประโยชน์ในการป้องกันและลดความเสี่ยง&amp;nbsp;ให้เลขาธิการโดยความเห็นชอบของให้คณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กกม.มีอำนาจขอข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและต่อเนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามทางไซเบอร์&amp;nbsp;โดยผู้นั้นต้องให้ความร่วมมือและให้ความสะดวกแก่คณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ&amp;nbsp;หรือกกม.โดยเร็ว&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามกมธ.ได้มีข้อสังเกตุแนบท้ายไปถึงรัฐบาล&amp;nbsp;โดยให้หน่วยงานที่มีภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จัดหลักสูตรพัฒนาบุคลากร&amp;nbsp;เพื่อรองรับการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;และเพื่อให้การทำงานด้านดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นของใหม่สอดคล้องกับเจตนารมย์ของกฏหมาย&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;การทำงานของสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์&amp;nbsp;ซึ่งต้องเชื่อมโยงกับการทำงานระหว่างประเทศควรทำเป็นข้อตกลงระหว่างหน่วยงานแทนความตกลงที่มีผลผูกผันระหว่างรัฐรวมถึงการทำข้อตกลงต้องอยู่ในภายใต้อำนาจและหน้าที่ของสำนักงานฯเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30163</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายไซเบอร์, ร่างพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ...., สนช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5bac95e516a14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
